จากข่าวนี้เพื่อนๆ คิดว่า KAMART จะไปกี่บาท

กระดานแนะนำหุ้นเก็งกำไร หุ้นปั่น หุ้นอินไซด์

Moderator: webmaster

จากข่าวนี้เพื่อนๆ คิดว่า KAMART จะไปกี่บาท

โพสต์โดย ดวงจันทร์ทรา » อังคาร 17 ม.ค. 2012 8:59 am

ช่วยกันแชร์หน่อยครับ

ถอดรหัสหุ้น'KAMART'ข้อมูลลึกๆจากผู้บริหาร


ทันหุ้น - ราคาหุ้น KAMART ในรอบ 3 เดือนเพิ่มขึ้นกว่า150% เป็นเพราะอะไร "วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล" เจ้าของตัวจริงยอมเปิดเผยความจริงทุกกระเบียดนิ้ว ถึงสาเหตุรายได้ที่โตกว่า 100% แล้วราคาหุ้นจะไปถึงไหน
นายวิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด(มหาชน)KAMARTผู้ดำเนินธุรกิจว่าจ้างผลิตและนำเข้าเพื่อจำหน่ายเครื่องสำอ­างแบรนด์ดัง ภายใต้แบรนด์"KAMARTS" สไตล์เกาหลีที่มีการนำเข้าสินค้ามากกว่า 30 แบรนด์ มากกว่า 2,000ผลิตภัณฑ์ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ"นสพ.รายวันทันหุ้น" ว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2555 เชื่อว่ามีทิศทางเติบโตได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะรายได้รวมที่คาดเติบโตเป็น 100% เป็น 800 ล้านบาท
โดยเติบโตขึ้นจากปี 2554 ที่คาดรายได้รวมเป็นไปตามเป้าหมายกว่า 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกิน 50%เช่นกัน หากเทียบกับปี 2553 ที่มีรายได้รวมที่ 164 ล้านบาท โดยมาจากการเติบโตของธุรกิจความงามที่เติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะไตรมาส4 ที่ผ่านมาเป็นไฮซีซันของผลิตภัณฑ์ความงามจากผู้บริโภคที่มีเงินจับจ่ายใช้สอยมา­กทั้ง
"ปีนี้การเติบโตคาดว่าจะเติบโตเป็นเท่าตัวโดยเฉพาะรายได้ หากเทียบกับปี 2554 ที่ผ่านมา 400 ล้านบาท นั่นคือเป้าหมายที่เราวางไว้ ในตอนนี้ เพราะฐานลูกค้ามีทิศทางขยายเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูงในทุกๆ ปีโดยผลิตภัณฑ์ถือว่าเจาะกลุ่มวัยรุ่นได้ตรงจุดตั้งแต่อายุ 15-25 ปีขึ้นไปและสินค้าบริษัทก็มีหลากหลายประเภท ทั้งอาหารเสริม สกีนแคร์เมกอัพต่างๆ เรานำเข้ามาขายหมด"นายวิวัฒน์กล่าว
ขอย้ายหมวดธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม สินค้าส่วนใหญ่ของKAMARTมีการนำเข้าจากต่างประเทศ คิดเป็น 100%อาทิ เกาหลีจีน ฮ่องกงญี่ปุ่น ที่มีสัดส่วนรายได้เฉลี่ยใกล้เคียงกัน ขณะที่รายได้รวมทั้งหมดมาจากในประเทศทั้งหมด
ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทได้ยื่นความจำนงกับตลาดหลักทรัพย์ เพื่อขอย้ายหมวดธุรกิจ จากเดิม KAMART อยู่ในหมวดสินค้าและอุตสาหกรรมหรือธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ มาเป็นธุรกิจหลักในปัจจุบัน คือ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หรือการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยความงาม
ซึ่งปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างการพิจารณา เพื่อปรับเปลี่ยนกลุ่มซื้อขาย ส่วนจะย้ายไปอยู่กลุ่มใดนั้น คงต้องแล้วแต่การพิจารณาของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถชัดเจน และย้ายกลุ่มได้เสร็จสิ้นภายในไตรมาสแรกปีนี้
อย่างไรก็ตามการย้ายกลุ่มธุรกิจของบริษัท ในตลาดหลักทรัพย์ อันเนื่องมาจากปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทเกินระดับ90%มาจากผลิตภัณฑ์ความส­วยความงาม ขณะที่ไม่ถึง10%เป็นธุรกิจNGVซึ่งบริษัทมีทิศทางลดสัดส่วนอย่างต่อเนื่องเพื่อม­ารุกในธุรกิจความงามเต็ม100%ส่วนลูกค้าเดิมจากNGV บริษัทก็ยังดูแล และให้คำปรึกษาที่ดีต่อไปแต่ในส่วนการลงทุนใหม่ด้าน NGV คงไม่เกิดขึ้นแล้วในอนาคต
"ตอนนี้เราคงรุกและขยายธุรกิจของKAMARTอย่างต่อเนื่อง ทั้งขยายช็อปเอง และให้ความรู้กับคนที่ต้องการลงทุนในธุรกิจความสวยความงามภายใต้ธุรกิจของ KAMART ภายใต้ธุรกิจค้าปลีกที่ทุกคนสามารถเปิดช็อปเป็นของตัวเอง ส่วนธุรกิจเครื่องสำอางในอนาคต ก็มีทิศทางเติบโตขึ้นต่อเนื่อง เพราะผลิตภัณฑ์ความสวยความงามเป็นสิ่งที่ผู้หญิงเกือบทุกคนสนใจ และเกิดการซื้อตลอดเวลา ซึ่งถือว่าขายดีทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่เป็นไฮซีซัน และมียอดขายเติบโตกว่าปกติ
ราคาสะท้อนอนาคต
สำหรับหนี้สินในปัจจุบัน (D/E)อยู่ที่ 0.5เท่า ซึ่งถือว่าต่ำมากสำหรับการดำเนินธุรกิจขณะที่กระแสเงินสดยังมีในมืออีกค่อนข้าง­สูง ดังนั้น จึงไม่มีปัญหาเรื่องการเงินหมุนเวียนขาดมือ
ส่วนราคาหุ้นในปัจจุบัน ยอมรับว่า ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี2554 ที่อยู่ที่ระดับเฉลี่ยที่2.00 บาทและเพิ่มขึ้นมาสู่ระดับ 4.50 บาทในปัจจุบันถือว่าเติบโตเท่าตัว ซึ่งถือว่าเป็นทิศทางที่ดีในการดำเนินงานธุรกิจ และเป็นที่สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยอมรับในการเติบโตของธุรกิจ และการเปลี่ยนหมวดธุรกิจ
มีปันผลแจก
ขณะที่บริษัทยังยืนยันว่า ยังคงมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในทุกๆปีตามผลการดำเนินงานที่เติบโต โดยไม่ต่ำกว่า 40%ของกำไรสุทธิ ส่วนปันผลงวดผลงานรวมปี 2554 คาดว่า จะสามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะผู้บริหารได้หลังจากงบปี2554 ออกแล้ว หรือไม่เกินไตรมาสแรกปีนี้
อย่างไรก็ตามจากการเติบโตของธุรกิจKAMARTที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทคาดว่า ระยะเวลาในช่วง 3-5 ปีในอนาคต มีโอกาสอย่างแน่นอนที่บริษัทจะทำรายได้แตะระดับ 2,000-3,000 ล้านบาทได้ไม่ยาก
ล่าสุดราคาหุ้น KAMART ปิดที่ 4.54 บาท ลดลง 0.04 บาทหรือ 0.88% มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น75.05 ล้านบาท


บรรยายใต้ภาพ
วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล--จบ--


ที่มา: หนังสือพิมพ์ทันหุ้น
ดวงจันทร์ทรา
 
โพสต์: 201
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 08 ก.ค. 2011 9:35 am

Re: จากข่าวนี้เพื่อนๆ คิดว่า KAMART จะไปกี่บาท

โพสต์โดย ชมเมือง » อังคาร 17 ม.ค. 2012 9:13 am

ไม่รู้เหมือนกัน เคยจับตอนสามสิบ สี่สิบตังค์ ถ้าให้คิดตอนนี้ คงไม่อยากจะคิดแระ
ชมเมือง
 
โพสต์: 8999
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 23 ก.ย. 2010 1:48 pm

Re: จากข่าวนี้เพื่อนๆ คิดว่า KAMART จะไปกี่บาท

โพสต์โดย ดวงจันทร์ทรา » พุธ 08 ก.พ. 2012 1:59 pm

'KAMART'แจกปันผลรอบ8ปี ผลงานปี55แรงทะลุ360ล้านบ.
31 มกราคม 2555


ทันหุ้น - บิ๊ก KAMART โปรยเสน่ห์ยันปีนี้เซอร์ไพรซ์จ่ายปันผลชัวร์รอบ 8 ปีของบริษัทนับตั้งแต่ปี 2547 แถมคุยต่อปีนี้เน้นจ่ายปันผลทุกๆ ไตรมาส หรือปีละ 4 ครั้งหวังเอาใจผู้ถือหุ้นสุดฤทธิ์ หลังธุรกิจเครื่องสำอางสร้างยอดขายถล่มทลาย ด้านกูรูมองปีนี้ผลงานทะยานสู่ 360 ล้านบาทจากแผนขยายสาขาสู่ 100 แห่งให้เป้า 7.20 บาท

นายวิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท คาร์มาร์ทจำกัด (มหาชน) หรือ KAMART ผู้ดำเนินธุรกิจว่าจ้างผลิตและนำเข้าเพื่อจำหน่ายเครื่องสำอางแบรนด์ดังภายใต้แบรนด์ "KAMART" สไตล์เกาหลีที่มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 2,000 รายการ เปิดเผยว่าบริษัทยังคงยืนยันการจ่ายอัตราเงินปันผลในรอบ 8 ปีจากครั้งสุดท้ายที่บริษัทจ่ายคือปี2547 โดยการจ่ายปันผลครั้งนี้จะเป็นการจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานในปี 2554 โดยคาดว่าจะจ่ายไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเดือนกุมภาพันธ์ 2555 นี้

นอกจากนี้บริษัทยังได้วางแผนที่จะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในทุกๆ ไตรมาสหรือจ่ายปีละ 4 ครั้งโดยเมื่อปี 2554 บริษัทสามารถล้างขาดทุนสะสมได้หมดสิ้นทำให้ปัจจุบันหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 0.5 เท่า ปี 55 ขอโตต่อ ขณะที่ทิศทางธุรกิจในปี 2555 เชื่อว่ามีทิศทางเติบโตได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะรายได้รวมที่คาดเติบโตได้กว่า 100% จากปี 2554 ที่คาดมีรายได้รวมอยู่ที่ราว 600 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สินค้าส่วนใหญ่ของ KAMART มีการนำเข้าจากต่าง ประเทศ คิดเป็น 100% อาทิเกาหลี จีน ฮ่องกงญี่ปุ่น ที่มีสัดส่วนรายได้เฉลี่ยใกล้เคียงกัน ขณะที่รายได้รวมทั้งหมดมาจากในประเทศทั้งหมด ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทได้ยื่นความจำนงกับตลาดหลักทรัพย์ เพื่อขอย้ายหมวดธุรกิจ จากเดิม KAMART อยู่ในหมวดสินค้าและอุตสาหกรรมหรือธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ มาเป็นธุรกิจหลักในปัจจุบัน คือ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หรือการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยความงาม ซึ่งปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างการพิจารณา เพื่อปรับเปลี่ยนกลุ่มซื้อขาย ส่วนจะย้ายไปอยู่กลุ่มใดนั้น คงต้องแล้วแต่การพิจารณาของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถชัดเจน และย้ายกลุ่มได้เสร็จสิ้นภายในไตรมาสแรกปีนี้

อย่างไรก็ตามการย้ายกลุ่มธุรกิจของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ อันเนื่องมาจากปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทเกินระดับ 90% มาจากผลิตภัณฑ์ ความสวยความงาม ขณะที่ไม่ถึง 10% เป็นธุรกิจ NGV ซึ่งบริษัทมีทิศทางลดสัดส่วนอย่างต่อเนื่องเพื่อมารุกในธุรกิจความงามเต็ม100% ส่วนลูกค้าเดิมจาก NGV บริษัทก็ยังดูแล และให้คำปรึกษาที่ดีต่อไปแต่ในส่วนการลงทุนใหม่ด้านNGV คงไม่เกิดขึ้นแล้วในอนาคต ส่วนราคาหุ้นในปัจจุบัน ยอมรับว่า ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี2554 อยู่ที่ระดับเฉลี่ยที่ 2.00 บาทและเพิ่มขึ้นมาสู่ระดับ 4.50 บาทในปัจจุบันถือว่าเติบโตเท่าตัว ซึ่งถือว่าเป็นทิศทางที่ดีในการดำเนินงานธุรกิจ และเป็นที่สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยอมรับในการเติบโตของธุรกิจ และการเปลี่ยนหมวดธุรกิจ ปี 55 แรง 3 ผลงานแรง

ด้านแหล่งข่าวหลักทรัพย์แนะนำ "ซื้อ" KAMART ได้จากได้มีการพูดคุยกับผู้บริหารของKAMART ทำให้ทราบถึงแนวโน้มบริษัท ตั้งแต่สมัยเป็น DISTAR นั้นไม่เปลี่ยนแปลง แค่เปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนธุรกิจ มาเป็นธุรกิจเครื่องสำอาง โดยสินค้าของบริษัทเป็นเครื่องสำอางเกาหลีกว่า 2 พันผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันมีร้านค้าชื่อKAMART แล้ว 33 แห่งเป้าหมาย100 แห่งปี 2555 ยังไม่นับรวมยอดขายที่เกิดจากการสั่งซื้อของผู้ขายทั่วไปอีกกว่า 3 พันราย ซึ่งลักษณะธุรกิจคล้ายคลึงกับ Amway หรือ Artistry ขณะที่อนาคต เชื่อว่ามีโอกาสที่ยอดขายทะลุหลายพันล้านบาท โดยในปี 2554 นั้นผู้บริหารบอกว่าคาดยอดขายจะราวๆ 600 ล้านบาท แต่ปี 2555 จะเติบโตไม่น้อยกว่า 3 เท่าตัว ซึ่งหมายความว่ารายได้ก็ประมาณ1,800 ล้านบาท อัตรากำไรของบริษัทสูงไม่น้อยกว่า 25% ทำให้สามารถคาดการณ์กำไรปี 2555 ที่ประมาณ360 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น0.60 บาท ขณะที่ประมาณไตรมาสหน้าบริษัทขอย้ายเข้ากลุ่ม Commerce เทียบชั้น CPALL HMPRO ROBINS ซึ่งหุ้นกลุ่มดังกล่าว มีค่า P/E ระดับ20 เท่าแล้ว ดังนั้นการประเมินราคาของ KAMART ต้องไปเทียบชั้นค่าP/E กลุ่ม โดยเชื่อว่า จะไปสู่ 12 เท่านั่นไม่ยาก โดยประเมินราคาเหมาะสมจะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 7.20 บาท ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นKAMART (30 ม.ค. 55) ปิดซื้อขายที่ 4.70 บาท ลดลง 0.06 บาทมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 62.09 ล้านบาท บรรยายใต้ภาพ วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล
ดวงจันทร์ทรา
 
โพสต์: 201
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 08 ก.ค. 2011 9:35 am


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน